[TxT fic]Beyond the sky # 01
posted on 01 Nov 2008 00:02 by tomei in TxTTitle: Beyond the sky # 01
Author: โทเม
Category: ActionComedy
Pairing: Takki-Tsuba
Rating: NC 17 ด้านการใช้ภาษา โปรดระวังผู้ปกครองโผล่มาด้านหลังขณะรับชม
Spoilers: 2008
Disclaimer: ฟิคเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงตัวละครมาจากปู้จายค่ายลุงจอห์น
Author note: เนื่องจากคนเรามุมมองต่างกัน การมองเรื่องนิสัยจึงต่างกัน หากรู้สึกขัดใจที่ใดขอให้ท่องคำว่า "ช่างหัว(คนแต่ง)แม่งเหอะ" เอาไว้ ฟิคราวรถฝรั่งดองเรื่องนี้จะไม่มีการเร่งเครื่องใดๆ ทั้งสิ้น - w - ;; หากไม่จบเพราะคนเขียนทำท่าจะไม่แต่ง หรือเกิดเหตุการณ์เป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายขึ้นมาในชีวิต สามารถสอบถามเรื่องตอนจบได้หลังไมค์ เพราะคนแต่งจิ้นจบแล้ว ' w '
กติกาสากลโลกค่ะ ห้ามดัดแปลง แก้ไข ลอก ตะแด้มๆ กับฟิคส่วนหนึ่งส่วนใดยังไงทั้งสิ้น อ่านได้อย่างเดียว ห้ามเอาไปให้เพื่อนดัดแปลงด้วยนะจุ๊ : P
Summary: เรื่องราวเริ่มต้นที่พ่อหนุ่มหน้ามนคนซื่อผู้ไม่คิดจะรู้เรื่องราวอะไรภายนอก เป็นเจ้าชายที่ไม่มีเจ้าหญิงก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข
ตอนที่ 1
ตื่น ทำงาน กินข้าว นอน
...ชีวิตคนเราก็เท่านี้ล่ะ...ซ้ำไปซ้ำมาแม้จะน่าเบื่อแต่ก็สงบสุข...
...มันเป็นเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก และคงเป็นเช่นนี้ต่อไปสักสองสามปี หรือจนไม่มีใครให้งานทำล่ะมั้ง ?....
...ผมคิดอย่างนั้นจนถึงเมื่อครู่นี้....
................................
“ไงไอ้หล่อ ตื่นแล้วเหรอ ?”
ชายที่ไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากันมาก่อน ยื่นหน้าแปลกๆ ของเขาให้เข้ามาอยู่ในทัศนวิสัยของผู้ที่ถูกมัดให้นั่งติดเก้าอี้ แล้วถามด้วยน้ำเสียงยียวน มุมปากยกหยักขึ้นเล็กน้อยพาให้ไรหนวดและเคราบางที่ประดับอยู่เปลี่ยนรูปไปในทางกวนอารมณ์ขึ้น คนเพิ่งตื่นปรือตามองค้างอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ก่อนจะรับรู้ถึงคำถาม ราวกับระยะทางระหว่างหูถึงสมองอยู่ไกลประหนึ่งฮอกไกโด-โอกินาว่า ความรู้สึกมึนและปวดท้ายทอยพาให้ไม่อยากมีหัวเลย ที่นี่ที่ไหน ? คนๆ นี้เป็นใคร ? ทำไมหัวต้องอยู่บนสุดของร่างกาย ? สมองพยายามหวนทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ใช่...ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณสิบนาฬิกาได้ เนื่องจากเป็นต้นฤดูหนาว อากาศข้างนอกเต็มไปด้วยสายลมแรงและแห้งผากไม่ดีต่อผิว ทาลิปมันยังไงปากก็ยังแห้งเจ็บ ลมก็ตีฉาก ตีผม จัดอะไรทำอะไรไม่ได้เลย พวกสตาฟจึงเลือกใช้งานห้องกว้างไร้หน้าต่างในสำนักงานแทน
ท่ามกลางสายไฟระเกะระกะเต็มพื้นห้องกับบรรยากาศแสนวุ่นวาย เขากำลังนั่งอ่านหนังสือนิยายที่ใฝ่ฝันมานานว่าจะได้อ่านระหว่างรอเตรียมถ่ายแบบโฆษณาให้กับชุดสูทยี่ห้อหนึ่ง ไม่รู้หรอกว่ายี่ห้ออะไร รู้แต่ว่าข้าวกลางวันวันนี้ที่กองถ่ายจะสั่งให้ เป็นโอเบนโตะเซ็ทใหญ่ที่ได้ชื่อว่าแคลอรี่ต่ำ มันน่ากินมากเรียกได้ว่าแค่เห็นเมนูก็น้ำลายหก
…………………...........
“ไอบะนายอยู่ไหนทำไมไม่มาเสียที ? ห๊า ท้องเสีย ! จะบ้าตายทำไมต้องเป็นวันนี้ รีบๆ ถ่ายท้องแล้วก็มาถ่ายแบบที่นี่ต่อเลย หืม ? ยังมาไม่ได้ ? ห้ามพูดว่ามาไม่ได้ ! วิ่งไปซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่มาใส่แล้วรีบไสหัวมาเดี๋ยวนี้เลย !”
ใบหน้าหวานละจากหนังสือเล่มเล็กประมาณฝ่ามือ ขึ้นหันมองตามเสียงผู้จัดการของเพื่อนร่วมงาน ที่เด้งขึ้นเด้งลงนั่งไม่ติดตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว เดี๋ยวเดินไปคุยกับสตาฟต่างชาติที เดี๋ยวหยิบโทรศัพท์โทรไปจิกไอบะที น่าสงสารเพื่อนที่ไม่สามารถนั่งถ่ายท้องอย่างสงบสุขได้ ทาคิซาว่าไม่ค่อยเข้าใจนัก ความจริงแล้วกับแค่เนื้อมีกลิ่นทำท่าจะเสียนิดหน่อย ไม่น่าถึงกับทำให้ท้องเสียได้ขนาดนี้ ตัวเขาเองยังไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย
แล้วถ้าหากยกเลิกการถ่ายแบบวันนี้...คงต้องอดกินโอเบนโตะเซ็ทใหญ่สินะ...ไอบะจังคนบ้า ท้องอ่อนแอเกินไปแล้ว
“หรือว่าต้องเลื่อนจริงๆ” โช หรือผู้จัดการของไอบะพูดอย่างเหนื่อยใจ ทำให้คนที่แอบฟังเหตุการณ์อยู่หูผึ่งทันที...ไม่ได้การ...ไม่ได้การแน่ๆ....
“เดี๋ยวผมขอตัวไปเดินสูดอากาศข้างนอกสักครู่นะครับ”
ทาคิซาว่าขมวดคิ้วมุ่นลุกจากเก้าอี้ตัวเล็กที่วางไว้ใกล้กับฉากถ่ายแบบ ท่าทีเรียบเฉยและสงบนิ่งนั้นคิดเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากอาการบ่งถึงความไม่พอใจที่เล็ดลอดจากการสะกดกลั้น ทุกคนในที่นั้นต่างนิ่งเงียบด้วยความเกรงใจ พลันเร่างในชุดสูทสีขาวที่ราคาแพงพอๆ กับรถยนต์หนึ่งคันเดินก้าวยาวๆ พ้นประตูห้องไป กระทั่งคนอื่นๆ นอกจากโชก็ต้องรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมากระหน่ำโทรหาไอบะเป็นการใหญ่
ความจริงแล้ว...ทาคิซาว่าคุงผู้ไม่ค่อยจะคิดอะไร แค่จะไปหามุมสงบกว่าในห้องที่เต็มไปด้วยเสียง โทรหารุ่นน้องคนไหนสักคนให้มาช่วยถ่ายแบบแทนมนุษย์ท้องอ่อนแอก็เท่านั้นเอง...
“จะมีใครไซส์พอๆ กับหมอนั่นบ้างนะ”
ชายหนุ่มยกโทรศัพท์มือถือพับสีขาวขึ้นมากดดูรายชื่อในเครื่อง พวงกุญแจรูปตุ๊กตากระต่ายสีชมพูผิดภาพลักษณ์แกว่งไปมาตามจังหวะการเดิน เขามุ่งหน้าไปยังเก้าอี้ข้างตึกสตูดิโอ ที่นั่นคนไม่ค่อยผ่านดี
“หืม?”
ท่ามกลางสายลมแห้งเย็นพัดเอื่อยๆ ละเหล่าใบไม้ในสวนที่เริ่มเปลี่ยนสี และแสงแดดส่องรำไรขับร่างขาวในชุดขาวให้สว่างราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ตั้งอยู่กลางสวน คงมีบางอย่างที่ทำให้ดวงตาใสละจากโทรศัพท์ ทันได้เห็นชายผิวเข้มกำลังก้มหน้าก้มตาเดินเลี้ยวมาจากอีกมุมตึกอย่างรีบร้อน มือหนึ่งดึงปีกหมวกแก๊ปจัดให้ต่ำปิดดวงตาดำขลับ ส่วนอีกมือก็ซุกไว้ในอกเสื้อแจ๊กเกตหนังสีดำแดง สาวเท้ายาวเข้าซอกตึกหนึ่งไปอย่างรีบเร่ง แม้ว่าจะไม่นานนักราวกับสายลมที่พัดผ่าน แต่เขาก็รู้สึกว่า....
...คนๆ นี้บอดี้สวยดีจังนะ...
และ
...ต้องใส่สูทที่จะให้ไอบะใส่ได้แน่เลย...
และ
...คราวนี้ก็ไม่เสียงานแล้ว....
และ
...ได้กินโอเบนโตะด้วย...
...กินได้เยอะๆ ทั้งๆ ที่แคลอรี่ต่ำเชียวนะ...
เมื่อทาคิซาว่าคิดได้....ดัง....ข้างต้น....จึงหันซ้ายหันขวา ลอบเดินออกทางประตูข้างตึกตามอีกฝ่ายไป ชายหนุ่มกระชั้นฝีเท้า จากเดินเป็นวิ่ง เขาค่อนข้างคุ้นเคยกับซอกตึกแถวนี้ดีเพราะบางทีก็ต้องอาศัยมันในการหลบหลีกแฟนๆ มันดูเหมือนมีทางไปทางเดียว แต่ระหว่างนั้นจะมีซอก มีมุม มีหลุมให้หลบ นู่นนี่นั่น จนอดคิดไม่ได้ว่าคุณจอห์นนี่ เจ้าของค่ายโมเดลลิ่งที่สังกัดอยู่แอบสร้างไว้ให้เด็กๆ หรือเปล่า เพราะว่าเวลาพวกเขาแอบไปเปลี่ยนตำแหน่งสิ่งของอะไรไว้ วันรุ่งขึ้นมันจะกลับมาที่เดิม
“เอ...ทางนี้...มัน...”
ชายหนุ่มเอียงคอมองตำแหน่งไม้กระดานที่เปลี่ยนไป ทั้งๆ ที่ยังไม่มีแฟนๆ กลุ่มไหนมาให้ต้องเปลี่ยนมัน แล้วจู่ๆ เขาก็ถูกแรงบางอย่างเหวี่ยงให้หลังกระแทกติดผนัง ความตื่นตระหนกพลุ่งพล่านจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมองจึงรู้ว่าเป็นคนที่ตามหาอยู่
“ยกมือขึ้นสูงเลยไอ้น้องถ้าไม่อยากก้มลงเก็บไส้ตัวเอง”
สิ้นคำขู่ นายแบบหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยงรีบยกมือสุดแขน เมื่อเหลือบเห็นปืนพกสีดำขลับกำลังกดเข้าไปบนหน้าท้องของตน เขาพยายามตั้งสติ...บางทีมันอาจเป็นรายการล้อกันเล่น...ใช่...ญี่ปุ่นดินแดนสงบสุขจะมีปืนได้ยังไง แต่ว่ารายการพวกนี้คงทำให้ใครสักคนอยากตามใครก็ไม่รู้คนหนึ่งขึ้นมาอย่างฉับพลันไม่ได้หรอก ทาคิซาว่ามองดูเจ้าของนัยน์ตาคู่สวยใต้ปีกหมวกแก๊ปที่กำลังสำรวจตนตั้งแต่หัวจรดเท้า ฝ่ายนั้นพูดอีกครั้ง เสียงนั้นทุ้มต่ำและราบเรียบ
“ดูไม่ใช่พวกนั้น..แล้วตามมาทำไม?”
“เอ่อ...”
คนถูกถามไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ เขาก็แค่อยากหานายแบบ อยากรีบถ่ายแบบของวันนี้ให้จบๆ แล้วก็รีบกลับบ้านไปให้อาหารหมาแล้วเข้านอนก็เท่านั้น แต่ท่าทางอีกฝ่ายจะไม่ได้อยากฟังคำตอบเท่าไรนัก กลับถามเพิ่มอีก แต่เหมือนถามกับตัวเองเสียมากกว่า
“หน้าตาดี แต่งตัวแพง บ้านคงรวยสิท่า”
“...เอ่อ...ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ...”
“ดีเลย ตอนนี้กำลังอยากได้ทุนเพิ่มอยู่พอดี”
ว่าจบสันมือที่มีถุงมือหนังหุ้มอยู่ก็ลงแรงไปที่ก้านคอขาวอย่างไม่ทันให้คนถูกกระทำได้ตั้งตัว จากนั้น....
...เขาก็มานั่งถูกมัดเป็นปูอยู่ที่นี่...
“อุ”
“โอ๊ะ โทษทีเดี๋ยวดึงให้” ชายแปลกหน้าคนนั้นบอกพร้อมกำชับมีดในมือ “แต่อย่าส่งเสียงล่ะ เฮียไม่อยากทำความสะอาดเลือดใคร ขี้เกียจ เข้าใจนะ ?”
เทปผ้าถูกกระชากออกปากของคนที่ถูกพันธนาการ ทิ้งรอยปื้นแดงไว้บนหน้าเกลี้ยงเกลา เจ็บจนน้ำตารื้น คิดในใจว่าไม่เข้าใจพวกผู้หญิงที่ใช้เทปกาวแว๊กซ์ขนหน้าแข้งเลยเพราะ...มัน...เจ็บ...มาก....
“จับผมมาทำไม ?”
นายแบบหนุ่มกล่าวอย่างอ่อนแรง ไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว จะว่าไปเขาอดอาหารมาตั้งแต่สามทุ่มเมื่อวาน มื้อที่กินหม้อไฟกับไอบะนั่นแหละ คู่สนทนายักไหล่ขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“ก็...ลักพาตัว”
จากนั้นก็หันกลับไปกระแทกตัวนั่งลงบนเตียงสปริงเก่าๆ มันส่งเสียงร้องเสียดหูดังคับห้องที่ไม่มีเฟอนิเจอร์อะไร เหมือนกับเป็นที่พักชั่วคราวที่ไหนสักแห่ง ชายผิวเข้มหยิบมือถือสีขาวมีที่ห้อยมือถือตุ๊กตากระต่ายชมพูอยู่ขึ้นมา...เครื่องของทาคิซาว่า
“ตอนนี้ฉันจำเป็นต้องเดินทาง ว่าจะขอทุนสักล้านสองล้าน ไม่มากมายอะไรหรอก คิดเสียว่าซื้อสูทใส่เล่น ว่าแต่บ้านนายเบอร์อะไรล่ะ ? รีบๆ บอกจะได้รีบกลับไปไง” โจรลักพาตัวบอกพร้อมกับกดเปิดเครื่อง ในเวลานั้นเองที่เสียงเมซเซสดังเป็นจังหวะต่อเนื่อง บ่งบอกถึงสายโทรเข้าจำนวนมากที่โทรหาไม่ติด แต่ผู้ที่ถือมันอยู่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร หน้ามึนสิ้นดี
“...ผมไม่มีเงินเป็นล้านแบบนั้นหรอก...” คนถูกจับพูดเสียงอ่อย “...ผมแค่มาถ่ายแบบเฉยๆ...นี่ชุดสูทของคนอื่นเขา...ผมเป็นแค่นายแบบธรรมดาเท่านั้นเอง...”
คู่สนทนาของเขาหุบยิ้มทันที จากนั้นจึงจ้องไปยังดวงตาเหมือนลูกกวางเพื่อจับพิรุธแต่กลับไม่เจออะไร ชายผิวเข้มกลอกตาขึ้นด้านบนหวนคิดใคร่ครวญ จะว่าไปก็เจอกับอีกฝ่ายแถวบริษัทดาราสักอย่าง พอรู้ตัวว่าไม่ได้เงินแน่จึงคำรามอย่างหัวเสีย
“ว้อย! วันนี้มันวันบ้าอะไรของมันวะเนี่ย ! ไอ้พวกนั้นแมร่งก็ตามกูจัง ! เงินก็จะหมด จับหมูไม่ได้หมู ! เชี่ยเอ้ยยยย~~ แล้วมึงแสล๋นตามตูดกูมาทำไมเนี่ยยยยย”
แล้วก็ลากเสียงเจ๊ดยาวๆ อีกทีระบายอารมณ์ ทาคิซาว่ารู้สึกว่า คนๆ นี้ช่างเป็นคนที่พูดจาไม่เพราะได้เป็นธรรมชาติจัง อย่างน้อยก็ฟังดูไม่มีเลศนัยเท่าตอนแรกๆ ล่ะนะ ทันใดเสียงเคาะประตูเป็นจังหวะเหมือนรหัสก็ดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงเรียกจากอีกฟากหนึ่ง
“คุณท่านค๊าบบ ซื้อข้าวมาให้แล้วค๊าบบ”
เจ้าของห้องเดินไปเปิดอย่างระแวดระวัง จนคนถูกจับรู้สึกสงสัยว่าคนร้ายที่จับตนอยู่นี่ทำผิดคดีอะไรมาบ้าง ถึงต้องระวังตัวขนาดนี้ แล้วชายที่เข้ามาใหม่ก็เอี้ยวคอให้พ้นจากหลังสึบาสะมองร่างที่ถูกมัดอยู่
“อ้าว หมอนั่นตื่นแล้วเหรอ ? ให้กินข้าวมะ ?”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวจะพาส่งกลับที่แล้ว”
“ทำไมอ่ะ ? นายอุตส่าห์แบกมา”
“ดูผิดนิดหน่อย ไม่ใช่คุณหนู แต่เป็นนายแบบใส่สูทแพงเฉยๆ” ว่าแล้วก็เปิดถุงพลาสติกแล้วหยิบมันฝรั่งทอดใส่ปาก “แกไปส่งมันขึ้นแทกซี่หน่อยดิเดี๋ยวมันกลับบ้านไม่ถูก เห็นหน้าโง่ๆ แล้วสงสารว่ะ เฮ้อ...เครียด ไม่มีเงิน ไปหาเหล้าแดกดีกว่า”
“เฮ้ย เสียดาย เป็นนายแบบธรรมดาก็ทำเงินได้”
ผู้ชายที่มีตาเหมือนจิ้งจอกคนนั้นกระซิบเข้าที่ข้างหูหัวหน้า ทำเอาคนกลางที่กำลังถูกพูดถึงใจคอไม่ดีเอาซะเลย จึงรีบพูดขึ้นดักทาง
“...เป็น..เป็นโจรเรียกค่าไถ่มันไม่ดีนะมันผิดกฏหมาย...ปล่อยผมกลับไปเหอะครับ...”
ทาคิซาว่ากระพริบตาปริบๆ พยายามส่งสายตาน่าสงสารใส่เต็มที่ แต่สึบาสะตีกลับหมดด้วยยิ้มหวานน่าสงสัย พร้อมตบหัวนายแบบหนุ่มแปะๆ
“โอ๋ๆ ไม่ทำๆ เดี๋ยวส่งกลับบ้านนะ แต่ก่อนไปช่วยงานเฮียก่อนนะน้องนะ งานสบายๆ แป๊ปเดียวเสร็จ”
“งานอะไรอ่ะ ?”
“ถ่ายคลิปเกย์”
เหมือนบางอย่างแล่นผ่านสมองทาคิซาว่าวูบหนึ่ง...เขาควรจะพูดอะไรดี? พูดอะไรเพื่อหยุดคนตรงหน้าดี? คิดไม่ออก ทำไงๆๆ ทำไงดี?!
...........
...แกล้งสลบต่อดีกว่า...
“ตื่นเลยๆ ไม่ต้องมาทำแกล้งตาย” ปากก็พูด มือก็ตบหัวทุยดังเพี้ยะ “เฮ้ยโยโก! ไปปลุกซุบารุหน่อย ให้แม่งมาทำงานซะบ้าง วันๆ เอาแต่นอนแล้วให้กูออกไปทำมาหากินเนี่ยนะ สันดอนเชี่ยมากฉิบหายเอ้ย ใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้องกันวะเนี่ย เสิด เออ ฝากไปยืมกล้องป้าเจ้าของบ้านหน่อยดิ แกน่าจะมี ถ้าแกไม่ให้ก็ปล้นแม่งเลย”
หลังจากเสียงสั่งๆ ของชายผิวแทน ประตูห้องก็ปิดลงอีกครั้ง ทาคิซาว่ารู้สึกไม่เข้าใจ ว่าทำไมจู่ๆ ชีวิตแสนเรียบง่ายของตนเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อเช้าเขาเป็นเจ้าชายวงการแฟชั่น ตอนนี้เหมือนตัวเองเป็นนักโทษรอประหารยังไงยังงั้น
“ผมไม่ทำได้ไหมครับ....”
น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ศักดิ์ศรีความเป็นชายสงสัยจะถูกป่นหมดก็คราวนี้
“ฮึ่ย เป็นนายแบบจะตื่นกล้องทำไม แถมไม่ได้ให้เป็นคนทำสักหน่อย งานง่ายจะตาย” ว่าแล้วก็เอามันฝรั่งทอดใส่ปาก เคี้ยวแจ้บๆ ท่าทีเมินเฉยเรียกความสลดหดหู่ใจให้คนฟังดีแท้
มันไม่ใช่ประเด็นนั้นอ่ะค๊าบบบบคุณพี่~~~!
เสียงเคาะเป็นจังหวะดังให้ชายในชุดสูทขาวสะดุ้งสุดตัวมองไปทางประตูอีกครา คราวนี้โยโกยาม่าพาผู้ชายอีกคนท่าทางง่วงหงาวหาวนอนเข้ามาด้วย แน่นอน...พร้อมกับกล้องและขาตั้งกล้อง มาถึงแล้วชายที่น่าจะชื่อว่าซุบารุก็เดินดุ่มเข้ามาหาสึบาสะแล้วใส่ใหญ่
“โอ้ยยย นี่มันอะไรกันครับคุณท่าน! ปลุกขึ้นมาจิกหัวใช้ไม่ว่านะ แต่ปลุกขึ้นมาให้ไปปล้ำผู้ชายแล้วถ่ายลงคลิปวีดีโอเนี่ยนะ ? สุดทีนมากครับสุดทีนมากขอบอก! ใครคิดน่ะใครคิด คิดเองทำเองก็แล้วกัน!”
“...ไม่เอาเว้ย กูไปซื้อข้าวแล้ว” โยโกยาม่าพูดงุบงิบพร้อมประกอบกล้องกับขาตั้งกล้องและเช็คสภาพให้เรียบร้อย ระหว่างที่คนถูกมัดแช่งให้มันเสียภายใน 7 วิ 8 วิ สึบาสะก็พยักเพยิกไปทางนายแบบหนุ่มโดยไม่หันไปมอง
“เฮ้ย แกหันไปดูก่อนเดะ หน้าตาดีนะเนี่ย ไม่ต้องสนหรอกหลับหูหลับตาทำไปเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ ก็เหมือนผู้หญิงที่แกพากลับบ้านด้วยประจำนั่นแหละ”
“มันต่างจอร์จมันต่าง! ให้ตายเหอะไม่ยุติธรรมเลยทำไมฉันต้องทำอะไรพรรค์นี้คนเดียวเนี่ย!”
ว่าแล้วเสียงทะเลาะถกเถียงแย่งกันเสือกไสไล่ส่งประหนึ่งเอาไม้เขี่ยขยะก็ดังระงม พาให้ทาคิซาว่าคุงรู้สึกว่าตัวเองคงจะไม่ตายคาเตียงแล้วงานนี้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าตัวเอง...ด้อยคุณค่าทางโภชนาการอย่างบอกไม่ถูก...
“โอเคๆ หยุดๆ หยุดกัดกันได้แล้ว!” ชายผิวแทนยกมือขึ้นเขย่าสั่งลูกน้องทั้งสองคนให้หยุดบทสนทนาที่ดูท่าจะไม่มีวันจบง่ายๆ เสียงเริ่มเงียบลง “ได้ กุผิดเองที่ตัดสินใจคนเดียว ว่าแต่กล้องเซ็ทอัตโนมัติได้ใช่มะ ?”
โยโกยาม่าพยักหน้า ขณะที่สึบาสะถอดเสื้อกล้ามออกอย่างอารมณ์เสีย แม้บอดี้จะเป็นลอนกล้ามเล็กๆ สวยงามอย่างที่ทาคิซาว่าคุงคิดแต่ทีแรก แต่ว่ามัน...ทำให้รู้สึกใจคอไม่ดีเอาซะเลย
“งั้นก็เซ็ทอัตโนมัติไว้เลย ถ่ายแมร่งทั้งสามคนเนี่ยแหละ จะได้ไม่มีใครบ่นทีหลัง”
...เฮ้ย...
“อย่างนี้ค่อยแฟร์หน่อย” ซุบารุพยักหน้ารับเป็นเชิงเห็นด้วยก่อนจะถอดเสื้อออกบ้าง
...เฮ้ย...ยยย...
“ไม่น่าหลวมตัวตามพวกแม่งมาเล้ยยยยยยย!!!” โยโกยาม่าพูดพร้อมปาเสื้อยืดตัวเองลงพื้น ตาโตๆ ของคนที่ถูกจับเบิกกว้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นภาพเปลือยครึ่งบนของชายฉกรรจ์สามคน ที่บ้างก็ยืนกอดอกบ้างก็เท้าเอว กำลังจ้องมองมาอย่างเหนื่อยหน่ายในชะตากรรมไม่แพ้กัน
“เอ่อ...ถ้าอยากได้เงินขนาดนั้น....ผมจะโอนเงินให้ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้เลย...ให้หมดเลยก็ได้...” คนถูกจับพยายามเจรจาต่อรองปากคอสั่น สึบาสะยิ้มให้แล้วตบหัวอีกฝ่ายอีกครั้ง
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวอันนั้นเราจะให้นายไปกดมาให้ตอนขากลับ”
นายแบบหนุ่มคอตก...มันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ใครจะปล่อยกันไปง่ายๆ...ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละ...พอเริ่มทำใจได้ เขาก็เริ่มสูดลมหายใจลึกเข้าปอด แล้วก็....
“ช่วยด้ !! อุ๊บ!”
เสียงตะโกนกลับเข้าไปในปากเมื่อถูกมือของคนตรงหน้าตะครุบปิดปากไว้อย่างแรง เก้าอี้และร่างที่ถูกมัดไว้รวมกันจึงเสียหลักล้ม หัวกระแทกพื้นอีกรอบ เป็นครั้งแรกที่ทาคิซาว่ารู้สึกดีใจที่ได้สิ้นสติ
.........................................
TBC
จริงๆ แล้วคิดมานานแล้วล่ะ ว่าอยากลงฟิคตอนวันเกิดตัวเองสักเรื่อง ปีนี้วันดี เป็นกี้บะซะ = 3 =~
ก็เป็นฟิคเรื่องยาว กะว่าเอาสักสิบตอนจบก็น่าจะพอ = w = อยากเขียนประมาณไม่ซับซ้อน บู๊ๆ ลุยๆ เลิ๊บๆ ไม่มีข้อมูลอะไรเลยมานานแล้ว อารมณ์ขี้เกียจหา 555 แต่เอาเข้าจริงก็....อืม.....อ่ะนะ
ตอนลงก็แอบกังวลกลัวว่าคนอ่านจะรับได้ไหม เพราะภาษาอัพเถื่อนขึ้นเยอะเลย - w - ;; แต่เค้าปรับลงแล้วนะตัว ได้เท่านี้ล่ะ ยังไงก็ฝากเรื่องนี้ด้วยนะเคอะ
ไหนๆ ก็ไหนๆ ทำการ์ดวันฮาโลวีนด้วยซะเลย แบบ T or T
ไม่รู้ว่าแอบคุ้นกันบ้างไหม * D * มันเป็นชุดของไบกินคุงกับอันปันแมนเคอะ
ประยุกต์นิโหน่ย (?) ของสึบะก็กะว่าให้มันดูวัยรุ่นซ่าๆ ทำฮู้ทมีเขาให้ โอว คุมซอย ส่วนกี้ก็....ยังไงก็ต้องสีชมพูล่ะนะ - 3 - พอเป็นสีชมพูก็ต้องปรับสีผ้าคลุมให้อ่อนลง รองเท้าสีเหลือง....บู่ยยยย สีทองไปเล้ย >____< ทำไปทำมา อ๊ะ! เจ้าชายนี่นา ยังไงก็เจ้าชายสินะกี้
โอเคเคอะ เจอกันเอนทะรี่หน้า ^ D ^ )/ rabu rabu

เปนยังไงบ้างครับ
สบายดีไหมครับ
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
^ ^
#1 By อัศวินของเล่น on 2008-11-01 00:17