[fic Hannibal]Hors'oeuvre

posted on 17 Jun 2013 14:46 by tomei in OtHer directory Fiction
Title: Hors'oeuvre 

Author: โทเม

Category: Comedy

Pairing: Dr Lecter / Will

Rating
:
PG15


Spoilers: Hannibal NBC

Disclaimer: ฟิคเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง ตัวละครมาจากซีรี่ย์คุณหมอฮันนิบาล

Author note: ชื่อเรื่องเขียนด้วยภาษาฝรั่งเศสอ่านว่าออร์เดิร์ฟกั๊บ แต่ว่า oeuvre ซึ่งอยู่ด้านหลัง มีความหมายแฝงว่า Art

Summary: วันหนึ่งของคุณหมอกับอาการไข้หวัด เชิญพบกับฟิคเนื้อเรื่องกุบกิบน่ารักชวนประทับเครื่องใน ( ? )
 
 

http://tomei.exteen.com/images/6/ord.jpg
 
 
 
 
...38 องศาเซลเซียส เพียงพอที่จะทำให้ลมหายใจเริ่มอุ่นขึ้น อาการไข้ที่เกิดจากปฏิกิริยาของอินเตอร์ริวคินวันร่วมกับความชื้นในโพรงจมูกที่เพิ่มมากขึ้น บ่งบอกว่าขณะนี้ร่างกายกำลังติดเชื้อไวรัส


ด็อกเตอร์ฮันนิบาล เลคเตอร์ พาร่างสูงสง่าของตนนั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวโปรดซึ่งสั่งซื้อมาจากเยอรมัน แล้วเริ่มหวนพินิจถึงสาเหตุที่ทำให้เขาได้รับเชื้อชนิดนี้ แต่ทว่าในยามที่ฤดูหนาวย่างกรายเข้ามาและแสงแดดโรยแรงเช่นนี้ ผู้คนในเมืองต่างได้รับและแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วผ่านลมหายใจ การพูดคุย การจามโดยไม่มีเครื่องป้องกัน อีกหนึ่งคือการยกมือป้องชั่วครู่ แล้วใช้มือนั้นเข้าสัมผัสสิ่งของสาธารณะต่างๆ ทำให้เกิดการแพร่พันธุ์โดยไม่รู้จบ จนกว่าจะพบกับแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 30% ขึ้นไป
 
 
เมื่อวันก่อนมิสเตอร์คอร์ทนีย์ เทย์เลอร์ซึ่งป่วยเป็นโรค Major depression disorder ได้ทำทุกอย่างที่สามารถส่งต่อเชื้อไวรัสให้แก่เขา ด้วยการเดินเข้ามาฟูมฟายใกล้ๆ หลังจากจามโดยใช้มือเปล่าป้อง จากนั้นก็มาจับโดนตัวเขา ซึ่งจะต้องทำงานต่อเนื่องอีกสามชั่วโมงกว่าจะพักเบรกเพื่ออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ 

 
 
ช่วงนี้เขาทำงานหนักขึ้นเล็กน้อยเพราะต้องช่วยด็อกเตอร์เนเลนา ฟอร์ทัน เพื่อนสมัยเรียนวิทยาลัยแพทย์ เธอกำลังทำวิจัยเรื่องอารมณ์กับความเร็วของระบบเมตาบอลิซึ่ม ซึ่งกล่าวถึงว่าผู้ที่มีกระบวนการเผาผลาญในร่างกายสูงมักจะมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์เร็ว ด็อกเตอร์เลคเตอร์ว่ามันน่าสนใจดี ก็เลยเพลิดเพลินกับการหาข้อมูลประกอบจนการพักผ่อนยามค่ำลดลง และนั่นก็ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลงตามลำดับ

 
 
สาเหตุที่แท้จริงคงมาจากตัวเขาเอง ที่ประมาทในการใช้ชีวิตและเชื้อไวรัสเกินไป ทั้งที่อีกสามวันจะถึงวันชมการแสดงละครเวทีเรื่อง Every Man in His Humour รอบปฐมทัศน์ซึ่งเฝ้ารอมาทั้งเดือน โดยบัตรที่นั่งแถวเจ็ดซึ่งเหมาะสมแก่การนั่งชมที่สุดนั้น เขาได้รับมากจากมิสเตอร์เคิร์ทแชปมัน ผู้ออกแบบฉากและชุดของคณะซึ่งรู้จักจากการพบเจอกันบ่อยครั้งในงานแสดง และผ่านการแนะนำของมิสซิสโอลิน คลิบป์อดีตผู้ป่วยของเขา

 
 
จากวัฏจักรของไวรัส เวลานั้นจะเป็นวันที่ร่างกายถูกระบบภูมิคุ้มกันกระตุ้นให้ไข้ขึ้นสูงที่สุด และแพร่เชื้อต่อไปยังผู้อื่นได้มากที่สุด บางทีวันนั้นนอกจากพาราเซตตามอนลดไข้ เขาควรจะเสี่ยงทานแอนตี้ฮีสตามีนลดสารคัดหลั่งสักเม็ด ไม่เช่นนั้นอรรถรสของการชมละครคงลดหายไปกว่าครึ่งหากเขาหูอื้อและน้ำมูกไหลโดยพร้อมเพรียงกัน ปัญหาคือยาแก้แพ้พวกนั้นมักทำให้เขาง่วงขึ้นทุกที

 
 
ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็น ด็อกเตอร์เลคเตอร์จึงเห็นสมควรแก่เวลาในการโทรแจ้งเลื่อนนัดเหล่าคนไข้ที่มารอคิวรักษา มันคงดูไม่ดีนักหากแพทย์จะมานั่งจามต่อหน้าผู้ป่วย เขาหยิบสมุดนัดหมายขึ้นมาลากปาดนิ้วดูลิสต์รายชื่อเทียบกับเวลาว่าง รอบดวงตาเริ่มอุ่นร้อนขึ้นเพราะพิษไข้

 
 
เพียงหนึ่งชั่วโมงนายแพทย์หนุ่มก็เลื่อนนัดใหม่ให้กับผู้ป่วยมากมายสำเร็จ เขาผ่อนลมหายใจก่อนจะพยุงตัวให้ลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมกับงานถัดไป นั่นก็คือการจัดการเช็ควัตถุดิบมากมายที่อยู่ในตู้เย็น แม้ว่าก่อนแพ็คเขาจะตรวจสอบดีแล้วว่าไม่มีสิ่งใดที่ดูด้วยตาเปล่า แล้วสามารถแยกแยะออกว่ามันเป็นเนื้ออะไร แต่เพื่อความแน่ใจ ว่าจะไม่มีใครหวังดีมาเปิดตู้ทำอาหารให้เขากินยามเป็นลมล้มพับลุกจากเตียงไม่ได้ เขาควรจะต้องตรวจความเรียบร้อยอีกที

 
 
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
 
 
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูอย่างสุภาพก็ดังขึ้น จังหวะและน้ำหนักมือในการเคาะประตูของแต่ละคนต่างเป็นเอกลักษณ์ และเจ้าของเสียงที่เนิบช้าแต่หนักแน่นนี้เป็นใครไม่ได้นอกจากวิลล์ เกรแฮม ด็อกเตอร์เลคเตอร์เดินไปหยิบบางสิ่งจากลิ้นชักก่อนจะตรงไปเปิดประตู

 
 
“สวัสดีวิลล์ เชิญเข้ามาก่อนสิ”

 
 
เจ้าของบ้านออกมากล่าวต้อนรับอย่างสุภาพ ทว่าชายหนุ่มผู้มาเยือนกลับเอาแต่สนใจในหน้ากากอนามัยสีขาวที่ปิดใบหน้าของนายแพทย์ไว้ ทำให้คนสูงกว่ากล่าวขึ้นอีกครั้ง  

 
 
“มันค่อนข้างน่าอาย แต่ดูเหมือนผมจะเริ่มเป็นหวัดนิดหน่อย ถึงอย่างนั้นผมว่ามันจะดีกว่าหากเริ่มป้องกันไว้ก่อนที่คุณจะมาติดหวัดอีกคน”

 
 
“อ่า...ขอบคุณ”  

 
 
เจ้าหน้าที่สอบสวนพิเศษของเอฟบีไอกล่าวโดยก้มหน้าหันมองไปทางอื่นตามนิสัยที่ไม่ชอบสบตาใคร เพราะความอิดโรยทำให้รอยยิ้มเบ่งบานไม่เต็มที่ เมื่อร่างนั้นก้าวผ่านเข้ามาในห้องทำงานที่ดูราวกับห้องสมุดย่อมๆ นายแพทย์จึงถามขึ้น

 
 
“มีอะไรให้ผมช่วยเหรอวิลล์ ?”

 
 
“ก็ไม่เชิง...”  

 
 
ผู้มาเยือนถอนหายใจแรงราวกับเสียงลมหายใจของกวางมูซ   “...จริงๆ ผมรู้สึกสบายใจด้วยซ้ำเพราะศพพวกนั้นไร้หัว แต่ว่านะ...”

 
 
“คดี mannequin ที่คุณกำลังทำอยู่น่ะเหรอครับ ช่วยเล่าให้ผมฟังได้ไหมว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณ”

 
 
ชายเจ้าของบ้านถามขณะผายมือเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงยังเก้าอี้ของคนไข้ ส่วนเขาก็กลับไปนั่งลงยังเก้าอี้ประจำตัว

 
 
คดีฆาตกรรมหุ่นโชว์ลองเสื้อนั้นเป็นอีกหนึ่งคดีที่ด็อกเตอร์เลคเตอร์ได้เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างไม่ได้คาดหมาย ประมาณเมื่อเย็นวานซืนขณะที่เขากำลังกลับจากการซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปราวยี่สิบไมล์ เนื่องจากต้องการพริกไทยดำจากอินเดียซึ่งมีความเผ็ดและความหอมเป็นพิเศษ และในละเเวกนี้มีเพียงที่นี่ที่นำเข้ามัน และใกล้กันนั้นท่ามกลางรถตำรวจที่เข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่ง วิลล์ เกรแฮมกำลังเดินออกมาจากรั้วซึ่งทำจากเทปสีเหลืองที่เขียนบอกว่าพื้นที่ตำรวจห้ามเข้า

 
 
มันเป็นช่วงเวลาแค่ครู่เดียว ทว่าดวงตาที่เฉียบคมของนายแพทย์ที่ยืนอยู่ ก็ทันเห็นภาพช่วงที่ประตูเปิดค้าง ในนั้นมีศพที่เปลือยเปล่า ไม่มีศีรษะ ไร้ซึ่งแขนขา เสียบตั้งอยู่บนท่อนเหล็กเรียงรายต่อกัน ทั้งหมดต่างประดับด้วยเศษเนื้อและเครื่องในของมนุษย์ ดูคล้ายกับหุ่นโชว์ที่กำลังใส่ชุดสีแดงสดสไตล์ใหม่อยู่

 
 
ดวงตาของวิลล์เบิกกว้างอย่างแปลกใจที่ได้พบกับด็อกเตอร์เลคเตอร์ตรงสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งจัดว่าค่อนข้างไกลจากบ้านพักของเจ้าตัวโข แต่ถุงที่มีตราของซุปเปอร์มาร์เก็ตห้าดาวนั่นกล่าวแทนคนที่พิถีพิถันในการเฟ้นหาวัตถุดิบเพื่อปรุงอาหารได้เป็นอย่างดี นายแพทย์หนุ่มไม่รีรอเลยที่จะชวนทั้งวิลล์ เกรแฮมและแจ็ค ครอฟอร์ดไปร่วมทานอาหารค่ำกับเขาในคืนถัดไป ด้วยรอยยิ้มที่สุภาพและเป็นมิตรที่สุดเท่าที่เจ้าตัวจะเสกสรรปั้นแต่งได้

 
 
“เราพบศพแบบนี้มารอบที่สามแล้ว ครั้งๆ หนึ่งจะมีเหยื่อทั้งหมดสามคนเป็นอย่างต่ำ แขนและขาของเหยื่อจะถูกตัดออกตามความจำเป็นของชุดที่ฆาตกรจะทำให้เหยื่อใส่ เลือดส่วนใหญ่ถูกสูบก่อนตัด และนำไปใช้เพ้นท์ระบายตามห้องจนดูยากว่าเริ่มจากตรงไหน...ว่าแต่ผมทำให้บรรยากาศของโต๊ะอาหารเสียหายหรือเปล่า ?”

 
 
หัวหน้าหน่วยสืบสวนเอฟบีไอถามไปทางเจ้าภาพมื้ออาหารซึ่งกำลังนั่งฟังอยู่ คุณหมอยิ้มแล้วกล่าวอย่างอารมณ์ดีให้กับเรื่องที่เขากำลังสนใจฟัง

 
 
“ผมสนุกกับการรับฟังทุกบทสนทนาของเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารครับ...แล้วคุณคิดว่ายังไงครับวิลล์ เกี่ยวกับฆาตกรหุ่นโชว์รายนี้”

 
 
“ที่เขาสูบเลือดออกก่อนที่จะตัดอวัยวะ เพราะกลัวว่าหุ่นของเขาจะเปื้อนสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้มันมีอยู่... ผมรู้สึกถึงความต้องการครับ เขาคิดว่าตัวเองเป็นศิลปิน และกำลังสร้างสรรค์ผลงานแนวใหม่ อวดและเยาะเย้ย”

 
 
ชายหนุ่มที่ถูกถามความคิดเห็นกล่าวขึ้นขณะจ้องมองนิ่งอยู่ตรง Duck a l'Orange ดูท่