วันเผือกของตาหนวด

posted on 18 Jul 2013 11:47 by tomei in DR2 directory Diary
 
** เรื่องนี้เป็นเรื่องเเต่งขึ้น ใส่สี ตีไข่ เกิดอยู่เเถวๆ เเปซิฟิก มีหุ่นยนต์อยู่แถวๆ นั้นด้วย **
 
 
 
 
 
ไม่มีอะไร ตอนนี้ตาหมอหนวดสบายดี จิบเป็ปซี่อยู่ในคลินิกเเถวกัวราลัมเปอร์
 
ช่วงนี้มีมาม่าหมอโซนเอเชียบ่อย ตั้งแต่เมคปริญญายาวเป็นหางว่าวบ้าง โฆษณาบ้าง อะไรบ้าง ซึ่งมันก็...เรื่อยๆ
 
คนอื่นอาจจะมองหมอในมุมมองต่างๆ กันออกไป แต่ส่วนตาหนวดว่า หมอเป็นอะไรที่...กึ่มๆ น่าสงสารนะ
 
อาจารย์หมออาวุโสของตาหนวด บอกว่าหมอควรวางตัวดีประหนึ่งพระ อย่างน้อยก็หน้าฉากล่ะเอ้า แหม...คนพูดอายุห้าสิบกว่า ย่อมไปเปรียบกับพระเป็นธรรมดา เอาเป็นว่าเป็นส่วนที่ประชาชนคาดหวังว่าจะเป็นคนดี เป็นผู้ที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ พร้อมกับซุปเปอร์สไมล์ โอบกอดมีเวรี่เวรี่เทนเดอร์ อะฮ๊าง~~
 
.........
 
จำไม่ได้ว่าเคยบวช
 
จริงๆ คือมันมีต่อจากคำว่า โอบกอดมีเวรี่เวรี่เทนเดอร์อีก คือ ต่อให้ไม่สำนึกบุญคุณอะไรก็อย่าได้มาทวงนะจ้ะ แล้วก็เอาเงินฟาด อี๊เเหนะ เอ็งเป็นอาชีพๆ หนึ่ง เอาเงินไป กุหายเเล๊กุไปแล๊ะ
 
........
 
เมื่อกี้ยังอยากให้มี โอบกอดยูว์แบบเวรี่เวรี่เทนเดอร์อยู่เลย
 
สรุปคืออาจารย์หมอพูดถูกครึ่งหนึ่งเรื่องผู้ถือศีล แต่ตาหนวดทำได้ครึ่งเดียว เพราะประพฤติตัวราวกับจบจากวัดเส้าหลิน กำลังภายในใส่คนไข้ประจำ
 
"ลูกหนึ่งขวบเป็นหวัด ขอยาลดน้ำมูกกับยาฆ่าเชื้อหน่อยหมอ"
 
*ไม่มีไข้ ดูคอ...ไม่แดง*
 
"ดื่มน้ำอุ่นเอา สามวันเจ็ดวันหาย"
 
"ขอยา"
 
"ไม่ให้ กินมากเดี๋ยวมันตาย ไม่ดีขึ้น ซึม กินไม่ได้ ค่อยเอากลับมา อย่าไปซื้อยาฆ่าเชื้อกินเองล่ะ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาเดี๋ยวเจาะเลือดไม่เจอเชื้อ เข้าใจนะ"
 
( จบ )
 
 
คนไข้ชาวบ้านถ้าพูดส่วนมากก็เข้าใจนะ ไม่เหมือนคนไข้เอกชน จนถามข้อมูลแบบแอดวานส์ขึ้นมาหน่อยนึง
 
"หมอ ดีท็อกซ์ตับแล้วก็ดีท็อกซ์ทวารนี่ดีไหม"
 
"ไม่ดี" << ตอบอย่างเหนื่อยๆ ในใจคิดว่างานเข้า คนไข้อื่นๆ ยังต่อคิวอีกราวยี่สิบคน
 
"ทำไมอ่ะ" << ส่งสายตาวิ๊งๆ ใส่
 
"ไม่อธิบายได้ไหม...เเต่ของมันดีท็อกซ์ไม่ได้หรอก"
 
"ทำไมอ่ะ"
 
"......"  เช็ดโด้.....กุเหนื่อย   "เชื้อโรคอยู่ตรงปลายลำไส้ เอาน้ำสวนขี้ขึ้นไปพร้อมเชื้อโรคมหึมา ไปเปื้อนกับลำไส้ส่วนบนที่ไม่ติดเชื้ออะไร มันดีท็อกซ์ตรงไหน...."
 
"แต่ทำแล้วมันดีนะ..." << ทำเสียงงุ้งงิ้งใส่
 
"อืม ไส้ใครไส้มัน แค่ยังไม่ถึงคราวเน่าก็เท่านั้น ไม่เป็นไร หมอว่างเดี๋ยวช่วยตัดทิ้งให้ ปะๆ ไปรับยา่"
 
"เเล้วดีท็อกซ์ตับล่ะ"
 
"ที่เค้าให้กินน้ำมันมะกอกใช่ไหม"  << ถอนหายใจหนึ่งที
 
"ใช่ๆ"
 
"ที่มารับยาไขมันอยู่เนี่ย ยังคิดว่าไขมันตัวเองเยอะไม่พอใช่ไหม ห๊า~? ลองไปกินเเล้วเจาะเลือดคราวหน้าเเล้วเพิ่มกว่าเดิมดูสิ หมอจะเอายากรอกปากทั้งขวดเลย"
 
"ก็เห็นเพื่อนเขาทำกัน บอกว่าดี"  << ยังคงทำเสียงกุงิ๊งใส่ต่อไป
 
"ไม่ดี ห้ามทำ มันเล่นมายากลให้ดูเฉยๆ บอกเพื่อนด้วย ใครอยากล้างตับของจริงให้มาหาหมอ เดี๋ยวผ่าท้องเอาออกมาล้างให้"
 
"เออหมอ กินเซนทรัมได้ปะ ? ลูกซื้อมาให้"
 
"จ้ะๆ จะกินอะไรดูอ.ย.ก่อนก็พอ"
 
......
 
คนไข้ตาหนวดก็ประมาณนี้น่ะ จริงๆ ก็พูดดีๆ ก็ได้นะ เเต่การใช้สมองส่วนเหตุผล กับการใช้ส่วนละมุนละไมมันอยู่คนละซีกกัน สมองมันจะขวาซ้ายขวาซ้ายเกินไป มึนได้
 
 
เมื่อเร็วๆ นี้ตาหนวดอ่านบลอค ( ตาหนวดเผือกเป็นงานอดิเรก ) ประมาณว่าเป็นหมอที่ดีควรมีอะไรบ้าง
 
 
เป็นหมอต้องมีศีล
 
อย่าฆ่าใคร...หมอเป็นอาชีพที่ฆ่าคนได้ง่ายมาก หากไม่มีสติเเละความรู้ ดังนั้นจึงต้องมีสองอย่างนี้
 
อย่าอยากได้อะไรของคนอื่น งานมีทำอย่าอู้ อู้ก็เหมือนไปขโมยกินตังค์เค้า
 
ไม่ผิดผีชาวบ้าน คนไข้กับหมอถึงเนื้อถึงตัวกันประจำ ถ้ากามตายด้านเสียจะดีมาก
 
ไม่โกหกคนไข้ เเละบุคคลทั่วไป คนไข้เชื่อหมอมาก อย่าหลอกเขา
 
อย่าเสือกเมามาตรวจ รวมทั้งช่วยนอนให้พอด้วย ( ถ้าสามารถ )
 
 
เเละคำพระบิดา...เป็นคนก่อนเป็นหมอ
 
 
 
อย่าอื่นจะทำบ้าบออะไรบ้าง ก็ถือว่าไม่ผิดอะไร ทำได้ทุกอย่างเพราะเรายังเป็นคนนี่นา
 
เล่นเกมตู้ เจอคนไข้ทัก ไม่เห็นเป็นไรเลย ชวนมาเล่นด้วยกันยังได้
 
ฟังดูคนดี อ้าว ก็อยากให้เป็นคนดีไม่ใช่เหรอ ก็ทำเท่านี้แหละ ส่วนลับหลังก็อีกเรื่อง = 3 = )
 
 
แต่ชอบโกหกคนไข้อยู่อย่างนึง เพราะชอบทักว่า
 
"หมอยังดูเด็กอยู่เลย"
 
"อ๋อ หมอจะสี่สิบเเล้วล่ะ ( อีกสิบปี )"
 
"หมอมีเเฟนหรือยัง"
 
"หมอลูกสองเเล้ว ( ฮิเดะกะสึสึนอนเล่นอยู่บ้าน )"
 
 
คือ...อะไรที่มันไม่เกี่ยวกับการรักษาก็ช่างหัวมันไปเหอะ คนไข้เเถบเอเชียน่ะกินเผือกบ่อย ต้องเอาให้จบ ไม่งั้นเดี๋ยวยาว เเต่ต้องเล่นๆ หน่อย เพราะจะได้อ้างว่าล้อเล่นได้
 
 
บางทีก็
 
"หมอถามอะไรหน่อยสิ"
 
"อาหะ ว่ามา"
 
"ถามเเล้วอย่าโกรธนะ"
 
"อ้อ โกรธชัวร์ อย่าถามเชียว"
 
"....." << ปิดปากทันที
 
 
อะไรที่นอกเรื่องอย่าได้เอามาใส่ใจมาก เพราะถ้าเจอเรื่องไม่สบอารมณ์พาสติหลุดปุ้ป จะมีผลต่อการรักษาคนต่อไป ดังนั้นถ้าทำได้ คนไข้ช่วยงดการกวนประสาทหมอ เพราะถือว่าคุณกำลังทำบาปมากมาย ให้กับคนไข้อื่นๆ ที่รอต่อคิวถัดจากคุณอยู่
 
 
สุดท้าย ไม่มู้รู้กันหรือเปล่า ว่าหมอเอเชียมีกฎเเพทยสภาว่าห้ามวิพากษ์วิจารณ์หมอ เพราะว่ามันมีผลกระทบกับการเชื่อใจ เเละการรักษา ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็เห็นๆ กันอยู่ ว่าคนไข้ส่วนหนึ่งชอบคิดเอง และเชื่อผู้อื่นมากกว่าหมอ แต่บางเรื่องก็อยากจะพูดเหมือนกัน ( คันฟัน )
 
เขาว่าจะผลิตเเพทย์เพิ่มล่ะเธอว์ เพื่อที่จะโกยไปไว้ชนบท
 
อันที่จริงมันเป็นปัญหาที่เรื้อรังพอๆ กับแก้ไขรถติดในกรุงเทพ อิหมอไม่ยอมอยู่บ้านนอกเนี่ย ถ้าอยากคุยถึงปัญหาจริงๆ ล่ะก็ มีเเต่เเพทย์ที่เคยไปทำงานที่นั่นนั่นเเหละ ที่จะบอกได้อย่าเต็มปากเต็มคำว่าเกิดจระเข้อะไรบ้าง
 
เเต่สภาบอกว่าจะเเก้ปัญหาด้วยการผลิตเเพทย์เพิ่มล่ะ
 
ความคิดเดียวกับประเทศหนึ่งเมื่อสมัยสี่สิบปีก่อนเลย น่าชื่นชมจริงๆ สมกับเป็นการรวมหัวกันของเหล่าหัวกะทิ เขาคิดได้สมเป็นหมอจนไม่สมเป็นคนเลยว่าไหม
 
ส่วนหนึ่งที่สภาเอเชียเเถวนี้ลืมไป คือมีหมอส่วนหนึ่งจะจบปีหกโดยไม่มีใบประกอบโรคศิลป์มากขึ้น
 
มันเป็นภาวะตะลึงตึงๆ มาก จนบรรยายไม่ถูก เพราะมันต้องมีอยู่เเล้วเนื่องจากเค้าตัดผ่านด้วยกราฟทรงระฆังคว่ำ
 
คุณอาจจะคิดว่ามันสมควรเเล้ว ที่เขาเหล่านั้นจะไม่มาเป็นหมอ เพราะความรู้ความสามารถที่ไม่เพียงพอ
 
เเล้วจะให้เขาทำอะไรล่ะ เขาเรียนมาตั้งหกปี ทำอะไรไม่ได้เเล้ว ตำเเหน่งหน้าที่ในสาธารณะสุขมารองรับก็ไม่มี ใบประกอบเเต่ละใบก็มีอายุเจ็ดปี ประกอบไม่เสร็จไล่สอบใหม่ ไม่เหลือทางรอดกันเลยทีเดียว
 
 
เป็ปทีนไม่ได้บอกสินะ ว่าจะมีบางคนถูกเข็นมาเจอช่องเเคบยิบรอลต้า
 
 
ตาหนวดเขียนคอมเมนเฟสบุ้คไปยังรองฯ ถึงปัญหาเรื่องนี้ มีคนกดไลค์เห็นด้วย เเต่ไม่นานก็ถูกลบเเล้วพีเอ็มหลังไมค์ว่าไม่ตรงประเด็นในเรื่องของการเพิ่มจำนวนเเพทย์ อีกทั้งคนพวกนี้ถือเป็นส่วนน้อย
 
.......
 
คุณหมอ คุณไม่เคยได้มีโอกาสเป็นส่วนน้อยนั้น สมัยคุณมันไม่มีการสอบใบประกอบ พ่อคนโชคดี
 
มองข้างหน้าสิจ้ะนั่นคือความหรูหรา ใต้เท้าอย่าไปมองมัน ของเน่าของเสีย
 
 
ในเมื่อคนเก่าไม่ยอมไปทำงานต่างจังหวัด เราก็ผลิตมันให้มากขึ้น เดี๋ยวมันก็ต้องรู้ตัวเองว่าต้องระเห็ดไปที่ไหน
 
......
 
ก็ลองดู ถึงตอนนั้นพวกในสภามันก็เปลี่ยนใหม่เเล้วล่ะ ถึงตอนนั้นตาหนวดอาจจะไปนั่งดูดเปปทีนอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมก็ได้ ใครจะไปรู้
 
= 3 = )
 
*ร้อง// นู๋อยากเป็นนายกเเพทยสภา*
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

@deardahlia ไออัพเอนทรี่เพื่อยูวเเล้วชู้ว เชิญให้น้องชายปริ๊นท์จดหมายน้อยนี้ให้บิดาด้วย

#9 By tomei on 2013-08-03 01:45

ตาหนวดคะ หนุ่มกล้ามแถวบ้านเกิดเครซี่ฟอร์ล้างพิษตับมาก บร๊ะมารดาห้ามแล้วก็มิฟัง ผียายแก่ก็สุดจะทัดทาน จะทำอย่างไรดีคะ

#8 By Dahlia on 2013-08-01 12:20

@tanok ตาหนวดบอกอยากกินสตอเบอร์รี่ไวท์ชอคโก้กั๊บ ชาเขียวชูกำลังก็อยากได้ ( เอ๊ะ )
@nirankas me// แอบกรอกเปปทีนให้กิน
@acacha-nao กินเป็นเวลากั๊บ เด็กๆ จะรู้วินัยมากขึ้น เป็นการเซ็ตเวลาเเบบหนึ่ง
@omtn ก๊ากกก จขบ.ไม่รู้จะนิยามตัวเองว่าดุได้เต็มปากหรือเปล่าน่ะค่ะ แต่การใช้เเฟคเข้าสู้กับคนไข้เป็นอะไรที่ใช้พลังงานมหาศาล กับความคิดที่ว่าถ้าไม่ใช่เราทำ ใครจะทำด้วยล่ะค่ะ มันเลยออกเเนวขุนศึกเล็กน้อย
ส่วนเรื่องการปะทะกับผู้ปกครองเป็นเรื่องยากสำหรับมนุษย์ลูกอยู่เเล้วค่ะ เพราะเขาจะรู้จุดอ่อนเราทุกอย่าง แต่เราไม่ ( ฮา )
อารมณ์ตอนทำงานเป็นอะไรที่เเ้ล้วเเต่คนนะน้า แต่หมอฟันถ้าอยากให้คนไข้เงียบคงง่ายกว่า ( สั่งอ้าปาก เอิ้ก )
ส่วนตัวเคยผ่านอะไรหลายๆ เฟทมาเเล้วน่ะค่ะ อย่างเฟทหมอที่ใจดี มีเมตตา หมอที่ไม่สนใจใครเลย สนใจเเต่ตัวโรค ปรับจูนๆ จนมันอยู่ตรงกลางได้
ยังไงก็สู้ๆ กับการเป็นหมอฟันนะค้า เดี๋ยวไปใช้บริการ เอิ้ก
@sakuchan  สู้ๆ ก้าบ ของแบบนี้มันเหนื่อย เค้าเข้าใจ~~ *กอด*

#7 By tomei on 2013-07-31 17:51

คือนู๋เข้าใจอารมณ์นะ บางคนไม่ฟังแล้วยังจะเถียง (พวกอาหารเสริมที่ต่างบอกว่าดีเนี่ย น่ารำคาญมาก ไม่กินก็ว่าเรางั้นงี้ เอาวิชาการเถียงก็มองหน้าแบบ... ไม่สามารถบรรยายได้ แต่เราผิดแน่ที่ขัดขาเขา)
บางคนถามนอกเรื่อง อาจดูโหด แต่บางทีเราก็ต้องตัดบท
รับมาหมดก็ไม่ไหว
เรื่องส่วนตัวก็ควรละไว้

รับมือกับคนเป็นอะไรที่ยากสุดแล้วสำหรับเก๊า ไม่ใช่พวกอะไรก็ได้ด้วยสิ ทุกวันนี้ใครๆก็บอกว่าโหด
แต่โอเคนะ ไม่โหดก็เยอะกะกรูจัง โหดๆจะได้เกรงกันบ้าง

#6 By SK-SaKU - BoX on 2013-07-31 11:57

ฮา เมื่อกี้อ่านฟิคฮันนิแกรมแล้วย้อนมาดูเอนทรี่ย์ล่าสุด จขบ.เป็นหมอจริงๆสินะคะ (ฮาาา มิน่าศัพท์เฉพาะทางมาเต็ม)
ทำงานทางนี้นี่เหนื่อยหน่อยเนอะคะ TwT
คราวหน้าไปหาหมอเราจะทำตัวดีๆ แงงงง

จขบ.ดุจังค่ะ 555 แต่ก็พอจะเข้าใจค.รู้สึกนะคะ
แม่เราก็ชอบหาโน่นหานี่มากินจ๊าง น้ำด่างเอย คอลลาเจนเอย ไปเข้าค่ายล้างพิษตับอีก
เคยบอกไปแล้วว่ามันไม่มีประโยชน์ แม่ก็ยืนยันจะกินจะทำ OTZ
ต้องหาเหตุผลค่อยๆอธิบายทีละขั้นช้าๆว่ากลไกมันเป็นยังไง กว่าจะยอมเชื่อค่ะ ฮึกๆ
//แล้วมานึกดู ถ้าต้องเจอวันละเป็นสิบๆคนแบบนี้เราคงสติแตกตาย555//

เรื่องอารมณ์ของหมอมีผลต่อคนไข้คนต่อไป อ่านแล้วนึกถึงเรื่องของตัวเองค่ะ;; 7 ;;)
ตอนนี้เราเป็นนศ.ทันตแพทย์ค่ะ ปีนี้ได้ฝึกกรอฟันกับหัวหุ่นจำลอง
มีอยู่วันนึงไปเจอเรื่องแย่ๆอารมณ์ร้อนแล้วกรอพลาดทะลุpulpทุกซี่เลย OTZ (ยังดีที่ตอนนี้แค่จำลอง)
เลยมานึกดูว่าถ้าตอนเจอคนไข้จริงๆแล้วมีเรื่องกวนโมโห คนคิวต่อไปนี่อาจได้มีกรอทะลุเลือดพุ่ง จากมาแค่กรอฟันกลายเป็นถอนฟัน /พรากส์/
เพราะงั้นการเซฟอารมณ์ตัวเองจากการพูดคุย โดยพูดให้จบเร็วที่สุดนี่ก็จำเป็นเนอะคะ 5555

#5 By ★ O*MIX ★ on 2013-07-28 06:46

ตาหนวดคะ ลูกลิงวัยหนึ่งขวบซนมาก เอาอะไรให้มันกินให้เรียบร้อยขึ้นดีคะ

#4 By อคาชา+นะโอ on 2013-07-25 22:39

ตาหนวดคะ ลูกลิงวัยหนึ่งขวบซนมาก เอาอะไรให้มันกินให้เรียบร้อยขึ้นดีคะ

#3 By อคาชา+นะโอ on 2013-07-25 22:38

ไม่อยากเป็นหมออะ ท่าทางเครียด
( Hot! Hot! )

#2 By Nirankas on 2013-07-23 07:54

ตาหนวดดูเหนื่อยจังค่ะ รับคิทแคทชาเขียวไปชูกำลังหน่อยไหมคะ? ต้นเดือนหน้าจะไปอีกแล้ว อยากได้อะไรบอกได้เน้อ 

#1 By tanok on 2013-07-22 20:33