[fic FFXV]Death

posted on 14 Jan 2017 22:35 by tomei in FFXV

 

 

 

 Fic Novelber Day 30 :: Death

 

 

 

ในสถานที่อันแสนเงียบสงัด นัยน์ตาสีครามเข้มของผู้สืบสันตติวงศ์แห่งราชอาณาจักรลูซิสค่อยๆเปิดเผยให้เห็นอย่างเชื่องช้า ในเสี้ยววินาทีก่อนนิทราจะชะงักหาย น็อคทิสคาดหวังว่าสิ่งที่จะสะท้อนผ่านม่านตาเป็นภาพแรก จะเป็นแผ่นหลังแสนคุ้นเคยของใครสักคน ซึ่งบรรจุตัวตนของเขาเก็บไว้ในดวงใจ คนผู้นั้นจะยิ้มให้และกล่าวทักทายอย่างยินดี ทว่าในยามนี้ เบื้องหน้ามีเพียงความว่างเปล่าที่ไร้จุดสิ้นสุด

...ฉันยังมีชีวิตอยู่หรือ...

คำถามผุดขึ้นกลางใจอันอ่อนล้าขององค์รัชทายาท ราวกับความอ้างว้างที่ไร้จุดสิ้นสุดของมิติแห่งคริสตัล กำลังกลั่นพิษกร่อนใจอันหาญกล้าให้มลายหาย น็อคติสเลือกที่จะคู้เข่ากอดตัวเองไว้แม้ว่ามันจะไม่ใช่ท่าที่สบายเอาเสียเลย ก่อนจะบังคับข่มตาให้หลับลง

เวลาแห่งความเงียบไหลผ่านโดยไม่สามารถล่วงรู้รายละเอียด กระทั่งว่าตอนนี้ตัวเขากำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน หรือแท้ที่จริงเขาได้เสียชีวิตลงแล้วจากฝีมือของผู้มีสายเลือดเดียวกัน หากแต่ดวงวิญญาณยังไม่ยอมรับความปราชัย จึงต้องวนเวียนหลับและตื่นอยู่เช่นนี้เรื่อยไป...ตลอดกาล ?

'ไม่หรอก ฉันยังไม่ตาย'

เสียงในหัวแย้งขึ้นมาอย่างมาดมั่นท่ามกลางความสั่นไหวของกระแสจิต เกลียวคลื่นแห่งสัญชาตญาณเลือกที่จะถาโถมความทรงจำที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกขึ้นมา เพียงเพื่อยืนยันความจริงเท็จของลมหายใจ

...ความเป็นศัตรู....

 

..............................

 

"พอแล้ว มันตายแล้ว !"

นิกส์ อุลริคกล่าวเข้มขึ้นหลังใช้อาวุธประจำกายดับลมหายใจอันรวนรินของสัตว์อสูรร่างยักษ์ซึ่งมีลักษณะคล้ายคนและงู นายทหารหนุ่มมุ่นคิ้วแน่นพลางส่งสายตาดุดันไปยังมกุฏราชกุมาร ซึ่งเงื้อดาบฟาดฟันนาคาตัวเมื่อครู่ราวกับผู้ล่าจิตวิปลาสที่นิยมชมชอบการทรมานเหยื่อ

เด็กหนุ่มมองผู้ซึ่งได้รับคำสั่งให้คอยตามดูแลเขาตลอดการออกภาคสนามครั้งแรกด้วยสายตาเกรี้ยวกราด เขาเลือกที่จะเม้มริมฝีปากแน่นแทนการหลุดโพล่งถึงความไม่พอใจ และหมุนปลายเท้าพาร่างเพรียวมุ่งหน้าสู่ยานพาหนะซึ่งจอดรออยู่ ปล่อยเศษซากสัตว์ประหลาดซึ่งมีรูปลักษณ์เผ่าพันธุ์ใกล้เคียงกับสิ่งที่เคยคร่าชีวิตมารดาช่วงที่เขาอยู่ในวัยเยาว์

เพิ่งรับรู้ว่าละอองโลหิตของศัตรูนั้นเสกความหฤหรรษ์ อารมณ์อันรุนแรงลึกล้ำกำเนิดขึ้นอย่างรุนแรงราวกับเมล็ดพันธุ์อันผิดแผก ซึ่งหวังดูดกลืนของเหลวสีชาดอย่างหิวกระหาย ร้อนรนและหรรษาราวเต้นรำอยู่กลางไฟกาฬ หัวเราะอย่างยินดีที่จะใช้ร่างและวิญญาณของตัวเฉกเช่นเชื้อเพลิงในการกำจัดสิ่งน่าขยะแขยงจำพวกนั้นให้แหลกละเอียดยิ่งกว่าละอองธุลี

"นี่ คุณเจ้าชาย เรามาคุยกันหน่อย"

นิกส์กล่าวพลางจับบ่าข้างหนึ่งเสียงของผู้ที่กำลังล้างมืออยู่ น็อกทิสถึงกับชะงักแล้วปรายตามอง ทั่วไปต่างรู้ว่าสำเนียงและกริยาของชาวกาลาดไม่เหมาะสมเพียงพอนักในการสนทนากับเชื้อพระวงศ์ แม้โอรสแห่งลีจีสไม่ใช่คนถือตัว แต่การถูกขัดจังหวะเมื่อครู่ยังทำให้ความหงุดหงิดกรุ่นค้าง เขาเลือกที่จะปัดมือนายทหารของคิงส์เกลฟออกจากบ่าตนแรง แม้ก่อนหน้าระหว่างเขาสองคนจะไม่มีเรื่องบาดหมางใด ทว่าความขัดข้องหมองใจเช่นเดียวกับการพบเจอสัตว์ปีศาจเมื่อครู่กำลังขยายอาณาเขตไปยังคนที่เคยร่วมสู้เคียงบ่าตรงหน้า

สิ้นเสียงถอนหายใจของคนสูงวัยกว่า ศีรษะของเจ้าฟ้าก็ถูกคว้ากดลงไปในอ่างน้ำสีแดงจาง เด็กหนุ่มตกใจที่ถูกทำร้าย เขาพยายามต่อสู้กลับแต่เพราะสองมือถูกรวบไพล่หลังพาให้ยากจะขัดขืน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ใบหน้าถูกกระแทกแรงลงไปในน้ำ จนของเหลวเจือกลิ่นคาวสำลักเข้าไปในคอและหลอดลม น็อกทิสหวังว่าจะมีนายทหารคนอื่นปรี่เข้ามาช่วยแล้วจัดการนิกส์ให้สาสมหลังจากนั้น

แต่ไม่...นี่ไม่ใช่เมืองหลวง ไม่ใช่พื้นที่ของเขา ความโกรธาเหย่อหยิ่งที่สาปปัญญาไว้ถูกชะล้างออก เขาไม่ได้มีอำนาจเหนือใคร ไร้พลัง เพียงเสียงของนิกส์ที่กล่าวอะไรบางอย่างภายใต้ความเป็นความตาย ก็พาให้ความหวาดกลัวฟุ้งกระจายขึ้นมา เขาไม่รู้ว่าสิ่งใดที่กระทำไปทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองจนจะถูกฆ่า

...ถ้าเช่นนั้นก็เร็วๆเถิด...

เมื่อไร้แรงขืนของมือ ร่างเพรียวขององค์ชายซึ่งเปียกโชกไปทั้งกายก็ถูกแรงมหาศาลเหวี่ยงไปยังกำแพงอีกฟากหนึ่งของยานพระที่นั่ง น็อกทิสคู้ตัวไอโครกแสบปอดไปหมด เขาเห็นนิกส์ยืนมองมา แววตาของอีกฝ่ายมีเพียงความกังวลกลัดกลุ้ม ร่างนั้นค่อยๆคุกเข่าลงแลดูเป็นพิธีการ แม้ไม่รู้เรื่องราวแต่อย่างน้อยก็ดูพยายามทำมันอย่างเต็มที่

"พระอาญาไม่พ้นเกล้า... กระผมรู้ว่าไม่มีสิทธิ์อะไร แต่ถ้าท่านได้สัมผัสถึงความสนุกของรสแค้นจนพร้อมจะหว่านมันไปทั่ว ก็ควรได้รู้ถึงความทรมานจากฝั่งตรงข้ามบ้าง"

ดวงตาสีครามเข้มมองไปยังคนพูดแม้ร่างกายจะไม่พร้อมนัก จริงอย่างกล่าว..เมล็ดพันธุ์ที่น่าสะพรึงนั้นปลิวไปหาอีกฝ่ายอย่างอยุติธรรมและไร้การต่อต้านจากเหตุผล

"ขอบคุณที่ช่วยดูแล...นิกส์"

น็อคทิสกล่าวอย่างละอายใจด้วยเสียงพร่าแหบ คนตรงหน้าที่ดูเครียดเกร็งค่อยๆผ่อนคลายลงแล้วยิ้มกว้างออกมาอย่างชื่นตา นิกส์ลุกขึ้นแล้วเดินไปตบบ่าองค์ชายปุๆพลางหัวเราะร่า

"ไม่เป็นไรๆ ท่านแค่อย่าไปบอกเรื่องนี้กับใครก็พอ"

เด็กหนุ่มหรี่ตามอง ในขณะที่ทหารหญิงของหน่วยคิงส์เกลฟซึ่งยืนดูเหตุการณ์เมื่อครู่ เดินเข้ามาตบบ่าเพื่อนร่วมหน่วยอีกที

"เสียใจด้วยนะนิกส์ เรารายงานไปแล้วล่ะ"

"...นี่เธอรายงานไปแล้วจริงๆเหรอ"

"ฮื่อ รายงานแล้ว คอร์บอกว่าสิ้นเดือนแวะเมืองหลวงไปรับเบี้ยหวัดกับเขาโดยตรงด้วย"

โคร์วยืนยันง่ายๆอีกทีเมื่อเห็นอีกคนทำหน้าไม่เชื่อ ทำเอาคนฟังถึงกับกุมหัวตะโกนร้องว้ากลั่น น็อคทิสมองภาพตรงหน้าก่อนจะหลุดขำออกมา

"ที่ฉันไม่เข้าไปห้ามนี่ไม่ใช่อะไร แค่เชื่อว่านิกส์จะไม่ฆ่าท่านน่ะ"

"ฉันเข้าใจ"   เขากล่าวเจือยิ้มขณะรับผ้าขนหนูที่หญิงสาวหยิบยื่นมาให้ โคร์วเงียบไปพักหนึ่งราวกำลังตัดสินใจว่าจะพูดดีหรือไม่

"นี่ องค์ชาย...ฉันเคยได้ยินราชาลีจีสพูด ว่าดาบของกษัตริย์ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความยินดีของตัวเองแต่มีไว้เพื่อประชาราษฎร์ อาจจะฟังดูประชาชนอย่างฉันเห็นแก่ตัว แต่ท่านอย่าเลือกเดินทางผิด เพราะถ้าท่านผิด ดาบของพวกเราที่มีไว้เพื่อท่าน ก็จะผิดด้วยกันทั้งหมด"

 

....................................

 

ในวันนั้น น็อคทิสรู้สึกยินดีกับการที่ถูกเตือนสติด้วยวิธีจับกดน้ำ อย่างน้อยหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาเพื่อชะล้างความโง่เขลาก็ไม่ชัดแจ้งนัก

อาร์ดีน อินซูเนีย... ชายซึ่งเลือกเดินอยู่บนเส้นทางของความโกรธแค้น และหว่านกระจายเมล็ดพันธุ์แห่งความอาฆาตไปทุกตารางนิ้ว น็อคทิสไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าหัวใจของอีกฝ่ายถูกคำสาปให้ยินดีในโมหะแผดเผาไปเท่าใด แต่ที่รู้เห็นเด่นชัดคือฝ่ายนั้นยังต้องการให้เขามีชีวิตอยู่ เพื่อรอรับความทรมานที่ยิ่งกว่าความตาย

"ถึงจะชนะ...ร่างกายนี้ก็ยังดับสูญอยู่ดี"

...ไม่มีทางใดให้เลือก...

'หรือฉันจะเป็นนักโทษที่รอการประหาร โดยโทษทัณฑ์ซึ่งชื่อว่าชะตากรรมของราชา'

เมื่อเข้าใจจึงไร้ซึ่งความกลัว ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากก่อนจะหลับตาลง เขาหวังเหลือเกินว่าในการตื่นครั้งหน้าจะได้พบกับบุคคลที่รักยิ่ง แสงบนนิ้วนางด้านซ้ายส่งเปลวแสงเรืองตอบรับกับประกายของคริสตัลซึ่งอยู่ล้อมรอบชายผู้นิยมการหลับใหล เฉกเช่นดาวดวงน้อยที่คอยขับกล่อมสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตบนพื้นพิภพ

 

 

..................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet